อาชีพ ทนายความ กับสังคมไทยในปัจจุบัน


ทนายความ คืออาชีพที่มีความเกี่ยวข้องทางกฎหมายโดยตรง ซึ่งในต่างประเทศ ทนายความมีความหมายหลากหลายรูปแบบ และมีการแบ่งหรือจำแนกประเภทของ ทนายความ ไว้อย่างชัดเจน หากแต่ทนายความในประเทศไทยนั้นสามารถที่จะรับปรึกษาปัญหาทางด้านกฎหมายได้ และยังมีความสามารถในการว่าความได้อีกด้วย แต่ก่อนที่จะสามารถที่จะประกอบอาชีพทนายความได้นั้นจะต้องสอบใบอนุญาตว่าความจากสภาทนายความก่อนดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้นนั้นเอง

ทนายความ เป็นอาชีพที่สังคมกำลังต้องการอย่างมากทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ เนื่องจากการเป็นทนายความนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งการเรียนที่หนักและยังต้องสอบใบรับรองจากสภาทนายความ ซึ่งกว่าจะเป็นทนายความได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดยในคำว่า ทนาย มีความหมายอยู่ 2 ประการได้แก่ ผู้รับใช้ หรือ ผู้แทน ในที่นี้หมายถึงผู้แทนนาย ซึ่งสามารถที่จะใช้แทนได้หลายทนายและมีความหมายที่หลากหลายและแตกต่างหน้าที่กันออกไป ยกตัวอย่างเช่น

  1. ทนายความ สำหรับผู้ที่ได้รับใบอนุญาตการว่าความจากสภาทนายความ
  2. ทนายแผ่นดิน หรือที่เรียกกันว่า อัยการ เป็นต้น

ด้วยเหตุว่าคำว่าทนายนั้นมีความหมายได้หลากหลายนั้นจึงต้องจำกัดความอาชีพทนาย ด้วยคำว่า ทนายความนั่นเอง และทนายความนั้นจะต้องได้รับการขึ้นทะเบียนโดยสภาทนายความก่อนที่จะสามารถรับว่าความหรือให้คำปรึกษาปัญหาทางด้านกฎหมายได้ แต่การเป็นทนายความที่ดีนั้นจะต้องมีมารยาทของทนายความทั้งหมด 3 มารยาท จึงจะเป็นสามารถเรียกได้ว่าเป็นทนายความดี

  • มารยาทที่ต้องกระทำต่อศาล ทนายความทุกท่านจะต้องให้ความเคารพต่อศาล ต้องประพฤติตัวให้เป็นทนายขอแรง เมื่อได้รับการร้องของจากศาล และต้องเคาระไม่ดูหมิ่นต่อศาล และสิ่งที่สำคัญที่สุดของอาชีพทนายความนั้นก็คือต้องไม่ชี้ทางให้กับลูกความเบิกความเท็จ
  • มารยาทต่อลูกความที่ได้รับมอบหมาย ทนายความที่ดีนั้นต้องไม่เอาเปรียบผู้อื่น ทั้งลูกความ หรือคู่กรณี ต้องไม่ยุให้หรือส่งเสริมให้เกิดคดี เช่น ห้ามหลอกลูกความว่ายังไงก็ชนะคดีแน่นอนแต่ทั้งที่จริงยังไงก็แพ้แน่นอน ห้ามหลอกหรือห้ามใช้เส้นสายในหน้าที่การงาน ไม่ว่าจะเป็นการรู้จักกับคนใหญ่คนโตไม่ว่าจะรู้จักจริงหรือไม่จริงก็ตาม ที่สำคัญไม่ควรที่จะหนีหรือไม่กล่าวถึงสาระสำคัญต่างๆให้ลูกความรับทราบ
  • มารยาทต่อทนายความด้วยกันเอง มารยาทสุดท้ายกับสิ่งที่ทนายความที่ดีต้องพึงปฏิบัตินั่นก็คือ การเคารพในหน้าที่การงานและเคารพซึ่งกันและกันระหว่างทนายความด้วยกันเอง ทนายความที่ดีนั้นไม่ควรแย่งลูกความกันเอง แต่สามารถทำได้ถ้าหากทนายเจ้าของคดีนั้นยินยอมให้มีการถอนตัวทนายเดิมออก ทนายความที่ดีไม่ควรโอ้อวดตนเองด้วยความเกินจริงให้ผู้อื่นหรือประชาชนทั่วไปทราบ และที่สำคัญนั้นไม่ควรประพฤติมิชอบหรือไม่ควรประพฤติสิ่งที่ผิดศีลธรรม เท่านี้ก็สามารถที่จะเป็นทนายความดีได้อย่างแน่นอน

แนะนำทนายความThailandBestLawyer